มูลนิธิภาษาศาสตร์ประยุกต์

นโยบายคุ้มครองเด็ก

นโยบายและแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการปกป้องคุ้มครองเด็ก
มูลนิธิภาษาศาสตร์ประยุกต์

ประเด็นการคุ้มครองเด็ก ด้นที่ 1 กรคัดเลือกและว่จ้งบุคลกร อสมัคร

  1. มูลนิธิภาษาศาสตร์ประยุกต์มีความรับผิดชอบในการกำหนดขอบเขตหน้าที่การงานของเจ้าหน้าที่ และภารกิจของอาสาสมัคร และระบุในเอกสารอ้างอิงอย่างชัดเจน รวมทั้งการอธิบายถึงความรับผิดชอบของบุคคลนั้นๆ ในด้านการคุ้มครองเด็กทั้งโดยทั่วไปและที่เป็นหน้าที่เฉพาะเจาะจง
  2. กระบวนการคัดเลือกบุคลากรเพื่อว่าจ้างให้ทำงาน

 

ประเด็นการคุ้มครองเด็ก ด้นที่ 2 การให้การศึกษาและฝึกอบรม

  1. มูลนิธิภาษาศาสตร์ประยุกต์เชื่อมั่นในการให้การศึกษาและรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักให้กับเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการอำนวยการ ที่ปรึกษา อาสาสมัคร และบุคลากรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิฯ เกี่ยวกับความหมายของการแสวงหาประโยชน์ การล่วงละเมิด และการละเลย รวมถึงนโยบายและเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการคุ้มครองเด็กของทางองค์กร จึงกำหนดแนวทางการปฏิบัติดังนี้
  2. เจ้าหน้าที่ทุกคน คณะกรรมการอำนวยการ ที่ปรึกษา อาสาสมัคร และบุคลากรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิฯ ต้องเซ็นต์รับทราบนโยบายเกี่ยวกับสิทธิเด็กของมูลนิธิฯ เป็นลายลักษณ์อักษร และหากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย มูลนิธิฯจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง

ประเด็นการคุ้มครองเด็ก ด้นที่ 3 ข้อปฏิบัติตนของเจ้าหน้าที่

  1. บุคลากรของมูลนิธิฯ ต้องแสดงตนให้เป็นที่น่าเชื่อถือแก่โรงเรียน องค์กรหรือหน่วยงานที่ร่วมดำเนินโครงการหรือติดต่อประสานงานด้วย โดยการชี้แจงรายละเอียดโครงการ และแนะนำบุคลากรที่ร่วมโครงการให้แก่ผู้บริหารโรงเรียน/องค์กร คณะครู และนักเรียนก่อนเริ่มดำเนินการทุกครั้ง
  2. บุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่ควรมีสัญลักษณ์ของมูลนิธิฯ ที่เห็นได้ชัดเจน เช่น ใส่เสื้อมูลนิธิฯ หรือ ติดป้ายชื่อทุกครั้ง
  3. การเข้าไปทำกิจกรรมหรือเยี่ยมเด็กในห้องเรียนต้องมีครูอยู่ด้วยทุกครั้ง
  4. บุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯต้องระมัดระวังเรื่องทัศนคติ การใช้คำพูด การกระทำ และความสัมพันธ์ที่มีต่อเด็กและผู้เยาว์
  5. ความสัมพันธ์ทางเพศกับเด็ก (หมายถึงบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี) เป็นเรื่องต้องห้าม แม้ว่าอายุที่เด็กมีเพศสัมพันธ์ได้ตามกฎหมายของท้องถิ่นนั้น ๆ จะต่ำกว่าหลักสากล
  6. หลีกเลี่ยงการอยู่ตามลำพังกับเด็ก หรือเมื่อต้องทำกิจกรรมหรือพูดคุยกับเด็กต้องมีผู้ใหญ่อีกคนหนึ่งอยู่ด้วยเสมอ
  7. ไม่ถูกเนื้อต้องตัวเด็กถ้าไม่จำเป็น หรือ ถ้าต้องการ อุ้ม กอด หรือสัมผัสเด็ก ก็ควรกระทำด้วยท่าทีที่บริสุทธิ์ และถูกต้องเหมาะสม ไม่ขัดต่อธรรมเนียมประเพณีในท้องถิ่นเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด และควรขออนุญาตจากเด็ก และครู ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเด็กก่อนทุกครั้ง
  8. ไม่หลับนอนในห้องหรือเตียงเดียวกันกับเด็กที่ตนทำงานด้วยอย่างเด็ดขาด
  9. ไม่ว่าจ้างเด็กให้มาทำงานบ้านหรือหลับนอนในบ้านของเจ้าหน้าที่ เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดและทัศนคติด้านลบของบุคคลอื่นที่พบเห็น
  10. บุคลากรของมูลนิธิฯต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งทางกาย วาจา และใจ ไม่เพียงแต่ต่อเด็กเท่านั้น แต่ต่อบุคคลอื่นด้วย เช่น ครู ผู้ปกครองเด็ก หรือ ผู้ใหญ่ในชุมชน เป็นต้น เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็ก
  11. ในการถ่ายรูปเด็กทุกครั้งต้องได้รับอนุญาตและการยินยอมจากครู หรือผู้ดูแลเด็ก และตัวเด็กด้วย
  12. การนำข้อมูลเด็กและโรงเรียนไปเผยแพร่ ต้องได้รับการอนุญาตจากเด็ก โรงเรียนและจากฝ่ายบริหารของมูลนิธิฯก่อน

 

ประเด็นการคุ้มครองเด็ก ด้นที่ 4 กลไกการรายงานและการส่งต่อข้อมูล

  1. ไม่ควรตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยตนเองโดยพลการ เมื่อมีความกังวลหรือสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ได้ล่วงละเมิดหรือแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กไม่ว่าเจ้าหน้าที่นั้นจะอยู่องค์กรเดียวกับตนหรือต่างองค์กรก็ตาม แต่ควรรายงานเรื่องดังกล่าวผ่านขั้นตอนการรายงานข้อมูลที่เหมาะสมของหน่วยงาน ดังนี้
  2. ติดตามความคืบหน้าของเรื่องที่ได้รายงาน

ประเด็นการคุ้มครองเด็ก ด้นที่ 5 การเข้าถึงของบุคคลภายนอก (ผู้ให้ทุน สื่อ องค์กรอื่น)

  1. เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ หรือบุคลากรที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ของโครงการ ต้องรับทราบและปฏิบัติตามนโยบายปกป้องคุ้มครองเด็กของมูลนิธิฯ อย่างเคร่งครัด
  2. บุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้ทุน สื่อ บุคลากร หรือองค์กรใดก็ตามที่มีความประสงค์จะเข้าไปเยี่ยมหรือดำเนินกิจกรรมกับเด็กในพื้นที่โครงการ จะต้องได้รับอนุญาต และรับการอบรม หรือคำแนะนำจากมูลนิธิฯ ก่อนเสมอ
  3. เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ ต้องติดตามผู้มาเยี่ยมพื้นที่โครงการทุกครั้ง
  4. ควรมีการจัดบริเวณสำหรับต้อนรับบุคคลภายนอกที่เข้าติดต่อประสานงาน เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับเด็กหรือตัวเด็กได้โดยง่าย
  5. การทำเว็บไซต์หรือสื่อสารประชาสัมพันธ์รูปแบบใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเด็ก มูลนิธิฯ ต้องตรวจสอบและคัดกรองก่อนทุกครั้ง ว่ามีเนื้อหาหรือรูปภาพที่เหมาะสมและให้เกียรติกับเด็กหรือไม่  และรูปภาพนั้นควรเป็นภาพเด็กที่อยู่ในกลุ่ม หรือในกิจกรรมที่แสดงถึงความสุขของเด็ก
  6. ในเว็บไซต์หรือสื่อประชาสัมพันธ์ไม่ควรลงข้อมูลส่วนตัวหรือที่อยู่ของเด็ก ซึ่งผู้อื่นอาจใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อเข้าถึงตัวเด็ก อันจะก่อให้เกิดผลเสียหายต่อเด็กได้

หากท่านมีความประสงค์นโยบายและแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการปกป้องคุ้มครองเด็กของมูลนิธิภาษาศาสตร์ประยุกต์ฉบับสมบูรณ์ กรุณาติดต่อที่สำนักงานภาษาศาสตร์ประยุกต์